ด้วยความบังเอิญ เดินเข้าร้านหนังสือ เจอหนังสือที่ชื่อเกี่ยวกับการตรัสรู้ได้ทุกคน อะไรประมาณนี้ มาตรึกตรองดู ชื่อเรื่องที่ให้ไว้น่าจะไม่ถูกต้องตามความเข้าใจของตนเองนัก เลยต้องค้นหาข้อมูลซะหน่อย

ตรัสรู้ แปลว่า รู้แจ้ง รู้อย่างแจ่มแจ้ง รู้ชัดเจน ใช้เป็นคำเฉพาะสำหรับพระพุทธเจ้า

การตรัสรู้ หมายถึง การค้นพบสัจธรรมความจริงที่มีอยู่ในโลก จนเป็นที่พอพระทัยของพระพุทธเจ้า เป็นการค้นพบสิ่งใหม่ที่ทำให้พระองค์เป็นผู้บริสุทธิ์หมดจดจากกิเลสเครื่อง เศร้าหมองทุกอย่าง ซึ่งไม่มีใครพบมาก่อนในครั้งนั้น

การตรัสรู้ ไม่ใช่เป็นการรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งเท่านั้น เพราะการที่ผู้ใดผู้หนึ่งรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งแล้ว อาจไม่ได้ปฏิบัติเคร่งครัดตามเรื่องที่รู้นั้น แต่การตรัสรู้ เป็นการรู้แจ้งที่ทำความบริสุทธิ์ให้แก่ตัวเอง สิ่งที่ไม่ดีทั้งหลายในใจ เช่น ความโลภ ความโกรธ ความหลง ความริษยา ความฟุ้งซ่าน เป็นต้น ได้ถูกกำจัดกวาดล้างไปอย่างหมดสิ้น จนทำให้ดวงจิตหมดจดบริสุทธิ์ผ่องใส การตรัสรู้จึงเป็นความสำเร็จความรู้ทั้งวิชาการและการปฏิบัติอย่างแท้จริง

สิ่งที่พระพุทธเจ้า (พระสมณโคดม) ตรัสรู้นั้น เป็นสัจธรรมเรียกว่า อริยสัจ 4 ซึ่งถือว่าเป็นหลักธรรมที่เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา แต่ก่อนที่จะตรัสรู้อริยสัจนั้น พระพุทธองค์ได้ทรงปฏิบัติหลักการอื่นผ่านขั้นตอนมาก่อนแล้ว ในตอนแรกได้ทบทวนฌานต่าง ๆ ที่ได้ศึกษามาจากอาจารย์ ซึ่งได้แก่ รูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 ทรงเจริญสมถภาวนาทำจิตให้เป็นสมาธิ คือแน่วแน่บริสุทธิ์ปราศจากกิเลสเครื่องเศร้าหมอง และยังญาณอันเป็นปัญญารู้แจ้งเห็นจริงให้เกิดขึ้นในยามทั้ง 3 ญาณ 3 นั้น ได้แก่

1. บุพเพนิวาสานุสสติญาณ คือการระลึกถึงชาติในอดีตของตนได้
2. จุตูปปาตญาณ การรู้การจุติและการเกิดของสัตว์ทั้งหลาย
3. อาสวักขยญาณ ความรู้เป็นเหตุสิ้นกิเลสอาสวะ ที่เป็นเครื่องเศร้าหมองหมมอยู่ในจิตสันดาน

ต่อจากรู้ญาณ 3 แล้ว พระองค์ทรงรู้อริยสัจ 4 เป็นเรื่องสุดท้าย ซึ่งได้แก่

1. ทุกข์ ความลำบากของสรรพสัตว์
2. สมุทัย เหตุของการเกิดทุกข์
3. นิโรธ การดับเหตุแห่งการเกิดทุกข์
4. มรรค หนทางที่จะเป็นเหตุแห่งการดับทุกข์

หลังจากพระองค์ได้รู้อริยสัจ 4 แล้ว ได้มีพระปัญญาแจ่มแจ้ง เป็นผู้รู้ทุกสิ่งอย่างในโลก เป็นเหตุให้ถึงความบริสุทธิ์จากกิเลสาวะเครื่องเศร้าหมองที่ดองอยู่ในจิตใจ จึงได้ตรัสรู้ธรรมในวันเพ็ญ 15 ค่ำ เดือน 6 อันเป็นเดือนวิสาขมาส จนได้พระนามว่า “อรหัง” ซึ่งแปลว่า ผู้หมดจดจากกิเลสและตรัสรู้ชอบโดยลำพังพระองค์เอง ได้พระนามว่า “สัมมาสัมพุทโธ” ซึ่งแปลว่า ผู้ตรัสรู้เองโดยชอบ พระองค์จึงได้พระนามใหม่ว่า “พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า” ตั้งแต่หลังการตรัสรู้นั้นมา ทั้งคำว่า “พุทโธ” ซึ่งหมายถึงผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน จึงได้เป็นพระนามที่ชาวโลกได้กล่าวสรรเสริญพระคุณแด่พระองค์

การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า เป็นการประกาศสัจธรรมแห่งพระพุทธศาสนา เป็นจุดเริ่มต้นแห่งการก่อตั้งพระศาสนา ซึ่งเป็นผลนำมาซึ่งความสุขอันยิ่งใหญ่แก่สัตว์โลกทั้งปวง การตรัสรู้นี้ ทำให้เกิดหลักธรรมคำสอนให้พวกเราได้ศึกษาปฏิบัติมาจนถึงทุกวันนี้ ผลแห่งการตรัสรู้ ยังถือเป็นแบบอย่างแก่มนุษย์ ผู้มีความเพียรมุ่งพยายามอย่างแน่วแน่ที่จะ กระทำสิ่งที่ทำได้ยากจนประสบความสำเร็จ และได้ก่อประโยชน์แก่ชาวโลกอย่างมหาศาล และยังได้ทำให้พระสมณโคดม ได้สำเร็จเป็นพระพุทธเจ้า เป็นศาสดาเอกของชาวพุทธ เป็นผู้ก่อตั้งกำเนิดพระพุทธศาสนาขึ้นมาจนเป็นที่ยอมรับเคารพนับถือ

สรุปน่าจะได้ความว่า ตรัสรู้ น่าจะเป็นคำเฉพาะสำหรับ พระพุทธเจ้า ผู้รู้ได้ด้วยพระองค์เอง มากกว่า ผิดถูกอย่างไรวิจารณ์ ได้ครับ ยินดีน้อมรับความคิดเห็น

ที่มา : จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

Posted by Sakda Karnwigit 2010-02-20

0 comments

ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก ผู้ขอมักเป็นที่รังเกียจ
ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในเว็บไซด์ที่เป็นของ Andaman Amulet ไม่สงวนสิทธิ์ สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้
ข้อความและรูปภาพบางส่วน นำมาจากเว็บไซด์หลายแห่ง ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้

ติดต่อผู้จัดทำ : ศักดิ์ดา การวิจิตร โทร 081-5377146 ,E-mail : skarnwigit@gmail.com

Subscribe here

พระครูบุญญาภินันท์ (พระอาจารย์หรีด)

พระครูบุญญาภินันท์ (พระอาจารย์หรีด)

ติดต่อเจ้าอาวาส วัดปาโมกข์

พระครูบุญญาภินันท์ ( พระอาจารย์หรีด )
เจ้าอาวาสวัดปาโมกข์ ตำบลท่านา อำเภอกะปง
จังหวัดพังงา 82170
โทร : 076-499999

วัตถุมงคลพระอาจารย์หรีด

สนใจวัตถุมงคลพระอาจารย์หรีด

ส่งรายการสั่งซื้อ พร้อมที่อยู่ในการจัดส่ง ทาง E-mail : skarnwigit@gmail.com

หรือโทร 081-5377146

คลิ๊กดูรายการวัตถุมงคลพระอาจารย์หรีด

...